top of page

ท่าออกกำลังกายเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

9 ต.ค.
ยาว 2 นาที

ภูมิคุ้มกันไม่ได้แข็งแรงขึ้นจากการออกกำลังกายหนัก ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการขยับร่างกายสม่ำเสมอ นอนพอ กินดี และพักให้เป็น


การออกกำลังกายช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น กล้ามเนื้อทำงานคล่องขึ้น และร่างกายรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง เหมาะมากกับคนวัยทำงานที่นั่งนาน และผู้สูงวัยที่อยากรักษาแรงกายไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน


เนื้อหานี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ถ้ามีโรคประจำตัว เจ็บหน้าอก เวียนหัวง่าย หกล้มบ่อย หรือเพิ่งผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพก่อนเริ่ม


มุมกว้างของคนวัยทำงานและผู้สูงวัยยืดเหยียดเบา ๆ ในบ้านที่มีแสงธรรมชาติ
เริ่มจากการขยับง่าย ๆ ก่อน ร่างกายจะรับได้ดีขึ้น

ออกกำลังกายช่วยภูมิคุ้มกันได้อย่างไร


ร่างกายมีระบบป้องกันตัวเองอยู่แล้ว การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้ไม่ป่วยเลย แต่ช่วยให้หลายระบบทำงานดีขึ้น


เมื่อขยับร่างกายเป็นประจำ หัวใจสูบฉีดเลือดดีขึ้น เซลล์ต่าง ๆ ได้รับออกซิเจนมากขึ้น การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองคล่องขึ้น ร่างกายจึงจัดการของเสียได้ดีขึ้น


อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือความเครียด ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อฮอร์โมนหลายชนิด และทำให้ร่างกายล้าได้ง่าย การเดินเร็ว ยืดเหยียด หรือฝึกหายใจ ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนลง นอนหลับง่ายขึ้น พอนอนดี ภูมิคุ้มกันก็ทำงานดีขึ้นตามไปด้วย


แต่มีจุดที่ต้องจำไว้ให้แม่น


ออกกำลังกายพอดีช่วยร่างกาย ออกกำลังกายหนักเกินไปอาจทำให้ล้าและฟื้นตัวช้า


ถ้าเพิ่งเริ่ม ไม่ต้องฝืนให้เหงื่อท่วม เริ่มจากวันละ 10 ถึง 15 นาที แล้วค่อยเพิ่มเวลา วิธีนี้ปลอดภัยกว่า และทำต่อเนื่องได้ง่ายกว่า


หลักง่าย ๆ ก่อนเริ่มออกกำลังกาย


ก่อนเลือกท่า ให้เช็ก 3 เรื่องนี้ก่อน


หนึ่ง ความหนักต้องยังพูดเป็นประโยคได้

ถ้าเดินหรือออกกำลังกายแล้วพูดได้เป็นประโยคสั้น ๆ แปลว่ายังอยู่ในระดับที่เหมาะกับคนทั่วไป ถ้าพูดไม่ออก หอบมาก หรือแน่นหน้าอก ให้หยุดทันที


สอง ต้องอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครั้ง

ใช้เวลา 5 นาทีพอ หมุนไหล่ แกว่งแขน ย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือเดินช้า ๆ เพื่อให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อพร้อมทำงาน


สาม ต้องหยุดเมื่อมีสัญญาณผิดปกติ

เช่น เจ็บหน้าอก หน้ามืด หายใจไม่ทัน ปวดข้อแหลม ๆ หรือใจสั่นผิดปกติ อย่าฝืน เพราะการพักคือส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ


ถ้าเป็นผู้สูงวัยหรือมีปัญหาเข่า หลัง สะโพก ควรเลือกท่าที่มีเก้าอี้ ผนัง หรือราวจับช่วยพยุง ความปลอดภัยมาก่อนจำนวนครั้งเสมอ


ท่าออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น


ท่าต่อไปนี้ทำได้ที่บ้าน ใช้อุปกรณ์น้อย และปรับให้เบาหรือหนักขึ้นได้ เหมาะกับการเริ่มสร้างนิสัยการขยับร่างกายแบบไม่กดดันตัวเอง


เดินเร็วช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียน


การเดินเร็วเป็นท่าพื้นฐานที่ได้ผลดีมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายในท่ายาก ๆ


ให้เดินในจังหวะที่รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคุยได้ เดินในบ้าน รอบหมู่บ้าน สวนสาธารณะ หรือทางเดินที่ปลอดภัยก็ได้


วิธีทำให้ง่ายขึ้น


  • เริ่มจาก 10 นาทีต่อวัน

  • เดินหลังอาหาร 30 ถึง 60 นาที ถ้าร่างกายพร้อม

  • ใส่รองเท้าที่รับแรงกระแทกดี

  • เลี่ยงพื้นลื่นและทางต่างระดับ


ถ้าเป็นวัยทำงานที่นั่งนาน ลองลุกเดิน 3 ถึง 5 นาทีทุกชั่วโมง การเดินสั้น ๆ หลายรอบในวันเดียวช่วยลดความเมื่อย และทำให้ร่างกายไม่จมอยู่กับท่านั่งนานเกินไป


ลุกนั่งจากเก้าอี้ช่วยเพิ่มแรงขา


ท่านี้ดีมากสำหรับผู้สูงวัย เพราะใช้กล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อการลุก เดิน ขึ้นบันได และทรงตัว


วิธีทำ


  1. นั่งบนเก้าอี้ที่มั่นคง เท้าวางเต็มพื้น

  2. กางเท้ากว้างเท่าสะโพก

  3. โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

  4. ดันส้นเท้าลงพื้น แล้วลุกขึ้นยืน

  5. ค่อย ๆ นั่งกลับลงช้า ๆ


ทำ 8 ถึง 12 ครั้ง นับเป็น 1 เซต เริ่ม 1 ถึง 2 เซตก่อน


ถ้ารู้สึกหนัก ให้ใช้มือจับพนักเก้าอี้หรือวางมือบนต้นขาช่วยดัน ถ้าทำได้ง่ายแล้ว ให้กอดอกไว้หน้าอก หรือชะลอจังหวะนั่งลงให้ช้าขึ้น


จุดสำคัญคือหัวเข่าไม่ควรบิดเข้าด้านใน และไม่ควรเจ็บแปลบ ถ้าเจ็บเข่ามาก ให้ลดระยะการนั่งลง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ


วิดพื้นกับผนังช่วยให้แขน ไหล่ และอกแข็งแรง


วิดพื้นพื้นราบอาจหนักเกินไปสำหรับหลายคน แต่การวิดพื้นกับผนังปลอดภัยกว่า และยังได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนบนชัดเจน


วิธีทำ


  1. ยืนหันหน้าเข้าหาผนัง

  2. วางฝ่ามือบนผนังระดับอก

  3. ถอยเท้าออกจากผนังเล็กน้อย

  4. งอศอกให้หน้าอกเข้าใกล้ผนัง

  5. ดันตัวกลับจนแขนเกือบตรง


ทำ 10 ถึง 15 ครั้ง


ท่านี้ช่วยลดอาการไหล่งุ้มจากการนั่งนานได้ ถ้าทำคู่กับการยืดอกและหมุนไหล่เบา ๆ จะรู้สึกว่าลำตัวเปิดขึ้น หายใจสะดวกขึ้น


อย่ายกไหล่ขึ้นชิดหู ขณะดันให้เก็บไหล่ลงและหายใจตามปกติ


มุมระดับสายตาของผู้สูงวัยทำท่าลุกนั่งจากเก้าอี้ในห้องนั่งเล่นที่ปลอดโปร่ง
เก้าอี้ตัวเดียวช่วยฝึกแรงขาและการทรงตัวได้ดี

ยกส้นเท้าช่วยน่องและการทรงตัว


กล้ามเนื้อน่องช่วยเรื่องการเดิน การทรงตัว และการไหลเวียนเลือดช่วงขา ท่านี้ทำง่ายมาก แต่ได้ประโยชน์ชัด


วิธีทำ


  1. ยืนหลังพิงใกล้ผนัง หรือจับพนักเก้าอี้

  2. วางเท้ากว้างเท่าสะโพก

  3. ยกส้นเท้าขึ้นช้า ๆ

  4. ค้างไว้ 1 วินาที

  5. วางส้นเท้าลงช้า ๆ


ทำ 10 ถึง 15 ครั้ง


ถ้าต้องยืนนานหรือเดินน้อยในแต่ละวัน ท่านี้ช่วยให้ขาไม่ตึงง่าย ทำได้ระหว่างรอน้ำเดือด แปรงฟัน หรือดูทีวี


สำหรับคนที่ทรงตัวไม่ดี ให้จับราวหรือพนักเก้าอี้ตลอดเวลา อย่าทำบนพื้นลื่น และไม่ต้องยกสูงมาก


ย่ำเท้าอยู่กับที่ช่วยเรียกเหงื่อแบบปลอดภัย


วันที่ฝนตก แดดแรง หรือไม่อยากออกนอกบ้าน ใช้ท่าย่ำเท้าอยู่กับที่แทนการเดินได้


วิธีทำง่าย ๆ คือยืนตรง แกว่งแขนตามธรรมชาติ แล้วยกเข่าสลับซ้ายขวาในระดับที่สบาย ทำต่อเนื่อง 1 นาที แล้วพัก 30 วินาที ทำ 5 ถึง 10 รอบ


ถ้าต้องการให้เบาลง ให้ยกเท้าเตี้ย ๆ และจับพนักเก้าอี้ ถ้าต้องการให้หนักขึ้น ให้แกว่งแขนกว้างขึ้น หรือเพิ่มเวลาเป็นรอบละ 2 นาที


ท่านี้เหมาะกับคนมีเวลาน้อยมาก เพราะแทรกในวันได้ง่าย เช่น หลังตื่นนอน ช่วงพักจากงานบ้าน หรือก่อนอาบน้ำตอนเย็น


สควอตครึ่งทางช่วยสะโพกและต้นขา


สควอตไม่จำเป็นต้องย่อต่ำ ท่าครึ่งทางก็ช่วยให้ต้นขาและสะโพกแข็งแรงขึ้นได้


วิธีทำ


  1. ยืนกางเท้ากว้างเท่าสะโพก

  2. เหยียดแขนไปด้านหน้า หรือจับพนักเก้าอี้

  3. ดันสะโพกไปด้านหลังเหมือนจะนั่ง

  4. ย่อลงเล็กน้อย

  5. ดันตัวกลับขึ้น


ทำ 8 ถึง 10 ครั้ง


ให้คิดว่ากำลังพับสะโพก ไม่ใช่กดเข่าไปข้างหน้า หลังไม่ต้องแอ่นมาก และน้ำหนักควรอยู่กลางเท้าถึงส้นเท้า


ถ้ามีปัญหาเข่า ให้ใช้ท่าลุกนั่งจากเก้าอี้แทน เพราะควบคุมระยะได้ง่ายกว่า


มุมใกล้ของเท้าและน่องกำลังยกส้นบนเสื่อออกกำลังกายในบ้าน
ท่าเล็ก ๆ แบบยกส้นเท้าช่วยให้ขามั่นคงขึ้น

ท่าแมวและวัวช่วยคลายหลัง


คนวัยทำงานที่นั่งนานมักตึงหลัง คอ และไหล่ ท่าแมวและวัวช่วยให้กระดูกสันหลังขยับนุ่มขึ้น และลดความเกร็งจากการอยู่ท่าเดิมนาน ๆ


วิธีทำ


  1. คุกเข่าบนเสื่อ วางมือใต้หัวไหล่

  2. หายใจเข้า แอ่นหลังเล็กน้อย เงยหน้าพอประมาณ

  3. หายใจออก โก่งหลัง เก็บคางเข้าหาอก

  4. ทำช้า ๆ 8 ถึง 10 รอบ


ถ้าคุกเข่าไม่สบาย ให้ทำแบบนั่งบนเก้าอี้แทน วางมือบนเข่า หายใจเข้าเปิดอก หายใจออกโก่งหลังเบา ๆ วิธีนี้เหมาะกับผู้สูงวัยและคนที่ปวดเข่า


ท่านี้ไม่ต้องทำแรง จุดสำคัญคือจังหวะหายใจและการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง


ยืดอกและหมุนไหล่ช่วยลดความตึง


ไหล่งุ้มทำให้หายใจตื้นและเมื่อยง่าย การยืดอกช่วยเปิดลำตัว และทำให้ท่าทางดีขึ้น


วิธีทำ


  1. ยืนหรือนั่งหลังตรง

  2. ประสานมือไว้ด้านหลัง หรือจับผ้าขนหนูไว้สองมือ

  3. ดึงไหล่ไปด้านหลังเบา ๆ

  4. หายใจลึก 3 ถึง 5 รอบ

  5. คลาย แล้วหมุนไหล่ไปด้านหลัง 10 รอบ


อย่าฝืนดึงจนเจ็บ ถ้าไหล่ติด ให้ใช้ผ้าขนหนูช่วยและจับให้กว้างขึ้น


ท่านี้เหมาะมากหลังนั่งทำงาน ใช้มือถือ หรือดูทีวีนาน ๆ ทำวันละหลายครั้งได้


ฝึกหายใจลึกช่วยให้ร่างกายผ่อนลง


การหายใจช้าและลึกช่วยให้ระบบประสาทสงบลง เมื่อร่างกายผ่อนคลาย การนอนและการฟื้นตัวมักดีขึ้น


วิธีทำ


  1. นั่งสบาย ๆ หรือเอนหลัง

  2. วางมือหนึ่งข้างบนท้อง

  3. หายใจเข้าทางจมูก ให้ท้องพองขึ้น

  4. หายใจออกช้า ๆ ให้ท้องยุบ

  5. ทำ 3 ถึง 5 นาที


ทำก่อนนอนหรือหลังออกกำลังกายได้ดีมาก ถ้ารู้สึกเวียนหัว ให้กลับมาหายใจตามปกติ


จัดเป็นตารางง่าย ๆ ให้ทำได้จริง


ไม่จำเป็นต้องทำทุกท่าทุกวัน เลือกให้เหมาะกับแรงและเวลาของตัวเองดีกว่า


ระดับ

แผนที่แนะนำ

เหมาะกับใคร

เริ่มต้น

เดิน 10 นาที ยืดอก ยกส้นเท้า ฝึกหายใจ

คนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือผู้สูงวัยที่อยากเริ่มเบา ๆ

ปานกลาง

เดินเร็ว 20 นาที ลุกนั่งจากเก้าอี้ วิดพื้นกับผนัง ยืดหลัง

คนวัยทำงานที่นั่งนาน หรือคนที่ทำท่าเบาได้คล่องแล้ว

แข็งแรงขึ้น

เดินเร็ว 30 นาที สควอตครึ่งทาง ย่ำเท้าอยู่กับที่ ฝึกแรงขา

คนที่ไม่มีอาการเจ็บข้อ และต้องการเพิ่มความฟิต


ถ้าวันไหนเหนื่อย ให้นับการยืดเหยียดและเดินเบา ๆ เป็นการดูแลร่างกายได้เหมือนกัน ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการทำหนักเป็นครั้งคราว


ตัวอย่างตาราง 1 สัปดาห์ที่ทำตามได้ง่าย


  • วันจันทร์

เดินเร็ว 15 ถึง 20 นาที และยืดอก


  • วันอังคาร

ลุกนั่งจากเก้าอี้ วิดพื้นกับผนัง ยกส้นเท้า


  • วันพุธ

เดินเบา ๆ และฝึกหายใจ


  • วันพฤหัสบดี

ย่ำเท้าอยู่กับที่ สควอตครึ่งทาง และยืดหลัง


  • วันศุกร์

เดินเร็ว 20 นาที


  • วันเสาร์

ทำท่าที่ชอบ 3 ถึง 4 ท่าแบบเบา ๆ


  • วันอาทิตย์

พัก หรือเดินช้า ๆ สบาย ๆ


ทำแบบไหนให้ได้ผลและไม่บาดเจ็บ


อย่าเริ่มด้วยความตั้งใจแรงเกินไป หลายคนพลาดตรงนี้ วันแรกทำหนัก วันที่สองปวดไปทั้งตัว แล้วหยุดยาว


ให้ใช้หลักง่าย ๆ นี้แทน


เริ่มน้อย แต่ทำบ่อย

วันละ 10 นาทีดีกว่ารอวันที่ว่าง 1 ชั่วโมงแล้วไม่เคยได้ทำ


เพิ่มทีละนิด

ถ้าทำได้สบายต่อเนื่อง 1 ถึง 2 สัปดาห์ ค่อยเพิ่มเวลา เพิ่มจำนวนครั้ง หรือเพิ่มรอบ


พักให้พอ

กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นในช่วงพัก ไม่ใช่ตอนฝืน ถ้าร่างกายล้ามาก นอนน้อย หรือเริ่มไม่สบาย ให้ลดความหนักลง


ดื่มน้ำและกินให้ครบ

ภูมิคุ้มกันต้องการพลังงาน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุจากอาหาร การออกกำลังกายจะได้ผลดีขึ้นเมื่อกินอาหารหลากหลายและดื่มน้ำพอ


นอนให้เป็นเวลา

ถ้านอนน้อยต่อเนื่อง ร่างกายฟื้นตัวช้า ต่อให้ออกกำลังกายก็ยังเพลียง่าย


มุมกว้างของคนสองวัยเดินเร็วในสวนช่วงเช้า
การเดินเร็วเป็นวิธีดูแลร่างกายที่ทำต่อเนื่องได้ง่าย

ร่างกายแข็งแรงขึ้นจากสิ่งที่ทำซ้ำได้


ท่าออกกำลังกายเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องยาก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพง และไม่ต้องทำจนหมดแรง


เริ่มจากท่าง่าย ๆ เช่น เดินเร็ว ลุกนั่งจากเก้าอี้ วิดพื้นกับผนัง ยกส้นเท้า ยืดอก และฝึกหายใจ เลือกทำให้เหมาะกับวันนี้ของตัวเอง แล้วทำให้ต่อเนื่อง


ถ้าวันไหนมีแรง ทำมากขึ้นได้ ถ้าวันไหนเหนื่อย ทำเบาลงได้ สิ่งที่ร่างกายต้องการคือการดูแลที่สม่ำเสมอ ปลอดภัย และไม่ฝืนเกินไป


เริ่มวันนี้ด้วย 10 นาทีพอ เดินสั้น ๆ ยืดไหล่ แล้วหายใจลึก ๆ ร่างกายจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นจากก้าวเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน


 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page