top of page

งานวิจัยเกี่ยวกับสาร เคอร์คูมิน (Curcumin)
กับการหยุดการยับยั้งการเติบโตของมะเร็ง

งานวิจัยเกี่ยวกับสาร เคอร์คูมิน (Curcumin) ในขมิ้นชัน มีการศึกษาวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับหลอดทดลอง (In vitro) สัตว์ทดลอง (In vivo) และการทดลองทางคลินิกขั้นต้น (Clinical Trials)

ตัวอย่างงานวิจัยที่สำคัญแบ่งตามระดับการศึกษา ได้แก่

​

1. งานวิจัยในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง

  • มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer): งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cancer Letters พบว่าเคอร์คูมินสามารถยับยั้งสัญญาณโปรตีน NF-kB ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่หยุดการแบ่งตัวและเข้าสู่กระบวนการทำลายตัวเอง (Apoptosis)

  • มะเร็งเต้านม (Breast Cancer): การศึกษาในวารสาร Oncogene ระบุว่าเคอร์คูมินช่วยลดการแสดงออกของยีนที่ส่งเสริมการแพร่กระจาย และช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) ที่ก้อนเนื้อใช้ดึงสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง
     

2. งานวิจัยการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ (Clinical Trials)

  • การรักษาร่วมในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic Cancer):

    • การศึกษา: งานวิจัยโดย Dhillon et al. (Clinical Cancer Research) ได้ทำการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม จำนวน 25 ราย โดยให้รับสารเคอร์คูมินขนาด 8 กรัมต่อวัน

    • ผลการทดลอง: สารเคอร์คูมินได้รับการยอมรับในระดับร่างกายดี (Safety Profiles) มีผู้ป่วยบางรายที่โรคสงบลงและระดับตัวบ่งชี้การอักเสบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • การเพิ่มประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่:

    • การศึกษา: งานวิจัยโดย Howells et al. (Cancer Chemotherapy and Pharmacology) ศึกษาการใช้สารเคอร์คูมินร่วมกับยาเคมีบำบัด FolFOX ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่

    • ผลการทดลอง: การให้เคอร์คูมินเสริมร่วมกับยาเคมีบำบัดมีความปลอดภัย และช่วยเสริมฤทธิ์การทำงานของยาในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้ยาเพียงอย่างเดียว
       

ข้อจำกัดสำคัญของสารเคอร์คูมิน

  1. การดูดซึมต่ำ (Low Bioavailability): เคอร์คูมินละลายในน้ำได้ยาก และถูก metabolize ในตับได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อย ปัจจุบันจึงมีการพัฒนานวัตกรรมระดับนาโน (Nanoparticles) หรือผสมสารพิเพอรีน (Piperine) จากพริกไทยดำเพื่อเพิ่มการดูดซึม

  2. ยังไม่สามารถใช้แทนการรักษาหลัก: แม้ผลในหลอดทดลองจะชัดเจน แต่การออกฤทธิ์ในร่างกายมนุษย์ซับซ้อนกว่ามาก แพทย์จึงใช้เป็นเพียง "สารอาหารเสริมการรักษา" ไม่ใช่ยาหลักในการรักษาให้หายขาด

แผนผังงานวิจัยเรื่องสารคูเคอร์มินในการยับยั้งการเติมโตของเซลล์มะเร็ง

Curcumin as tumor suppressor and it's mechanism of action.

​

Figure 1 illustrates tumor cascade pathways initiated by various growth factors in cancerous cells and anti-Tumorigenic effects stimulate by curcumin on signal transducing elements.

 

Curcumin in conjugated form target at infected site and down-regulate the expression of PI3K, AKt, NP-κB, MAPK, MAPK, and ROS tumor inducing pathways.

 

Further inhibit the expression of p21 and p27 cyclin-dependent kinase inhibitors and mitotic effects inhibit by curcumin as a result cycle arrest and down-regulate the expression of various gene products which involved in the cell growth, proliferation and expand of cancer. 

​

​

เคอร์คูมินในฐานะสารยับยั้งเนื้องอกและกลไกการออกฤทธิ์ 

 

รูปที่ 1 แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเกิดเนื้องอกที่เริ่มต้นโดยปัจจัยการเจริญเติบโตต่างๆ ในเซลล์มะเร็ง และผลต้านการเกิดเนื้องอกที่กระตุ้นโดยเคอร์คูมินต่อองค์ประกอบการส่งสัญญาณ 


เคอร์คูมินในรูปแบบคอนจูเกต จะมุ่งเป้าไปที่บริเวณที่ติดเชื้อและลดการแสดงออกของ PI3K, AKt, NP-κB, MAPK และ ROS ซึ่งเป็นเส้นทางการกระตุ้นการเกิดเนื้องอก 


นอกจากนี้ยังยับยั้งการแสดงออกของ p21 และ p27 ซึ่งเป็นสารยับยั้งไคเนสที่ขึ้นอยู่กับไซคลิน และยับยั้งผลกระทบต่อการแบ่งเซลล์โดยเคอร์คูมิน ส่งผลให้เกิดการหยุดวงจรการแบ่งเซลล์และลดการแสดงออกของผลิตภัณฑ์ยีนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การแพร่กระจาย และการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง

​

แหล่งข้อมูล : https://www.researchgate.net/figure/Curcumin-as-tumor-suppressor-and-its-mechanism-of-action-Figure-1-illustrates-tumor_fig1_324650356
 

bottom of page