top of page
ความแตกต่างระหว่าง ขมิ้นชัน และ สารสกัดขมิ้นชัน

ประโยชน์ต่อร่างกาย (โดยเฉพาะผู้สูงวัย) 

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะเกิดภาวะ "อักเสบเรื้อรัง" และ "เสื่อมถอย" สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชันจึงเข้าไปช่วยดูแลดังนี้:

1. ลดอาการปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม: มีฤทธิ์ต้านอักเสบตามธรรมชาติ ช่วยลดอาการปวด ตึง ขัด บริเวณข้อต่อในผู้สูงอายุ (งานวิจัยพบว่าสารสกัดขมิ้นชันเข้มข้นให้ผลลดปวดใกล้เคียงกับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs แต่ปลอดภัยต่อกระเพาะมากกว่า)

 

2. ช่วยระบบย่อยอาหาร และกรดไหลย้อน: ช่วยกระตุ้นการน้ำดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุเนื่องจากน้ำย่อยลดลง

 

3. ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์: ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลาย ชะลอความเสื่อมของอวัยวะภายใน

4. บำรุงสมอง และระบบประสาท: สารเคอร์คูมินช่วยเพิ่มระดับสาร BDNF ในสมอง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยส่งเสริมความจำและการเรียนรู้ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม

5. ดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด: ช่วยปรับปรุงการทำงานของผนังหลอดเลือด ลดการอักเสบในระบบเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

 

💡ข้อควรระวังในการใช้สำหรับผู้สูงอายุ 

 

ถึงแม้จะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แต่ควรระมัดระวังในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว:

1.  ผู้ที่มีโรคนิ่วในถุงน้ำดี หรือท่อน้ำดีอุดตัน:

   ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากขมิ้นชันมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งน้ำดี

2.  ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด/ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด: (เช่น Warfarin, Aspirin) ควร        ปรึกษาแพทย์ก่อนทาน เพราะขมิ้นชันอาจเสริมฤทธิ์ของยาจนทำให้เลือดหยุดยากได้

3.  การดูดซึม: 

    สารเคอร์คูมินละลายได้ดีในไขมัน หากเลือกรูปแบบสารสกัด แนะนำทานพร้อมอาหาร

ประโยชน์จากน้ำมันปลา

1. น้ำมันปลาคืออะไร และต่างจากน้ำมันตับปลาอย่างไร? 

  • น้ำมันปลา (Fish Oil): คือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น สกัดได้จากหลายส่วนของปลา เช่น หัว หาง หรือหนังปลา
     

  • ความแตกต่าง: น้ำมันตับปลาจะสกัดได้จากตับปลาเท่านั้น แต่น้ำมันปลาจะมีปริมาณ DHA และ EPA (โอเมก้า 3) สูงกว่าน้ำมันตับปลา 
     

2. ประโยชน์ของโอเมก้า 3 / น้ำมันปลา

  • ส่งเสริมสมองและระบบประสาท: ช่วยเรื่องความจำ อารมณ์ พฤติกรรม การเรียนรู้ และการพัฒนาสมองในวัยเด็ก
     

  • ดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด: ช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือด เพิ่มไขมันดี ลดไขมันเลว และลดความเสี่ยงหัวใจวายหรือสมองขาดเลือด
     

  • บรรเทาและลดความเสี่ยงโรค: ลดการอักเสบในร่างกาย, ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง, บรรเทาอาการโรคเบาหวาน, ปวดข้อ, กระดูกพรุน, ความดันโลหิตสูง, ช่วยปรับฮอร์โมน และลดอาการภูมิแพ้
     

3. การเลือกซื้อน้ำมันปลาที่มีคุณภาพ

  • แหล่งที่มา: ควรมาจากปลาทะเลลึกในเขตหนาว เช่น ปลาทูน่า หรือปลาแมกเคอเรล ซึ่งเป็นปลาธรรมชาติที่มีการปนเปื้อนสารเคมีน้อย 
     

  • กรรมวิธีการสกัด: ต้องผ่านกระบวนการสกัดและกลั่นที่มีมาตรฐานสูง เพื่อรักษาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความบริสุทธิ์ของน้ำมันปลา

วิตามิน D3 (Cholecalciferol)

มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย

1. เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

  • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส: ร่างกายจำเป็นต้องใช้ D3 ในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารในลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด

  • ป้องกันโรคกระดูกเปราะ/บาง: หากขาดวิตามิน D3 ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกน่วม (Osteomalacia) ในผู้ใหญ่ และโรคกระดูกอ่อน (Rickets) ในเด็ก
     

2. กระตุ้นและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว (เช่น Macrophages และ T-cells) ซึ่งเป็นปราการด่านแรกในการต่อสู้กับเชื้อโรค เชื้อไวรัส และแบคทีเรีย

  • ช่วยลดความเสี่ยงและการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
     

3. สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ

  • กล้ามเนื้อ: ช่วยในการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ ลดอาการอ่อนแรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

  • ระบบหลอดเลือดและหัวใจ: มีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิตและดูแลการทำงานของเซลล์บุผนังหลอดเลือด
     

4. ช่วยปรับสมดุลอารมณ์และระบบประสาท

  • วิตามิน D3 มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทอย่าง เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดปามีน (Dopamine) ซึ่งช่วยลดความเครียด และบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าหรือภาวะอารมณ์แปรปรวนตามฤดูกาล (SAD)
     

5. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับอ่อนในการต้านการอักเสบและเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2

เคอร์คูมิน ขมิ้นชัน ประโยชน์มาก ช่วยอะไรได้บ้าง

ขมิ้นชัน (Curcumin) เป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมานาน ซึ่งปัจจุบันเริ่มได้รับความสนใจในแง่ของการนำมาใช้สำหรับเป็นยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เป็นสมุนไพรที่สามารถป้องกันและรักษาโรค ไปจนถึงอาการต่างๆ เพราะว่าขมิ้นชันเป็นสมุนไพรตัวแรกที่ได้ขึ้นทะเบียน อย. เป็นยา อีกทั้งยังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบในร่างกาย ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย อาการปวดตามข้อ ท้องอืดและท้องเฟ้อ รวมถึงอาการอื่นๆอีกมากมาย

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ขมิ้นชันได้รับความสนใจ เป็นเพราะมีสรรพคุณสำคัญในหลายด้าน ซึ่งได้ถูกนำมาศึกษากันไม่น้อย มาลองดูว่ามีประโยชน์ช่วยด้านใดบ้าง

 

มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ :

เรื่องของการเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระ นับว่าเป็นหนึ่งในสรรพคุณสำคัญที่การศึกษาเกี่ยวกับสารสำคัญในพืชสมุนไพรให้ความสำคัญมาก ในเคอร์คูมิน ก็มีคุณสมบัติสำคัญดังกล่าว โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบ ขมิ้นชัน กับ พืชสมุนไพรอื่น อาทิ ขมิ้นอ้อย อาวแดง ว่านนางคำ ขมิ้นขาวป่า ซึ่งทั้งหมดมีสรรพคุณสามารถต้านอนุมูลอิสระ แล้วพบว่า ขมิ้นชันสามารถต้านอนุมูลิอิสระได้มากถึง 74.61% เลยทีเดียว โดยสาเหตุเนื่องจากขมิ้นชันมีสารเคอร์คูมินและสารฟีนอลมากที่สุดนั่นเอง

การมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของอาการหลายอย่าง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ การทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และอื่นๆ

ช่วยลดอาการจุกเสียดท้อง และผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ

มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า เคอร์คูมิน มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร และยังเป็นประโยชน์มากต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนั้นจึงมีงานวิจัยที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารเคอร์คูมินเปรียบเทียบกับยาตัวอื่นที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ โดยพบว่าสารเคอร์คูมินช่วยลดอาการจุกเสียดท้องและลดการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารลงได้อย่างมาก จึงแสดงว่าเป็นสารที่มีสรรพคุณสำคัญช่วยแก้อาการจุดเสียดท้องและคนที่เป็นโรคกระเพาะได้

ช่วยลดอาการโรคข้อเสื่อม

เป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของสารเคอร์คูมิน เนื่องจากเป็นสารที่มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านการอักเสบในข้อ โดยมีการศึกษาประสิทธิภาพของสารเคอร์คูมินแล้วเปรียบเทียบกับยาไดโคลฟีแนคต่อการหลั่งเอนไซม์ Cyclooxygenase-2 (COX-2) ในน้ำไขข้อของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่จะหลั่งออกมาเมื่อมีอาการอักเสบหรือปวดตามข้อ ในการศึกษานั้นพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างกันระหว่างผู้ที่ใช้สารเคอร์คูมินและใช้ยาไดโคลฟีแนค สำหรับการยับยั้งการหลั่งเอนไซม์ Cyclooxygenase-2 (COX-2) ทำให้เชื่อได้ว่าสารเคอร์คูมินมีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดไขข้อได้ไม่แพ้การใช้ยาเลย

ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง

มีการศึกษาเรื่องสารเคอร์คูมินว่าน่าจะสามารถช่วยยับยั้งความอักเสบในร่างกายและน่าจะช่วยลดอาการคันบนผิวหนังของอาการในโรคบางชนิดได้ ซึ่งมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กลุ่มที่ทานขมิ้นชันนั้นมีอาการคันที่ลดลงกว่ากลุ่มที่ใช้ยาเพียงอย่างเดียว และยังมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมในอนาคต

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

สารเคอร์คูมินในขมิ้นชัน มีคุณสมบัติที่เชื่อว่าสามารถต้านทานการอักเสบ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เรื้อรัง ซึ่งพบว่าการใช้ร่วมกับยาไดโคลฟีแนค มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นมาก รวมถึงโรคข้ออักเสบชนิดอื่นด้วย เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม

จะเห็นได้ว่าขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ให้ประโยชน์กับร่างกายได้อย่างมากมาย และเหมาะที่จะนำมาใช้ร่วมกับการรักษาอาการต่างๆ เพราะว่าตัวสารสกัดขมิ้นชันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยา แผนปัจจุบัน แปลว่าสามารถใช้แทนยาแผนปัจจุบันกลุ่มบรรเทาปวดโรคข้อเสื่อมได้อีกด้วย และเป็นแนวทางการใช้พืชสมุนไพรเพื่อรักษาด้วยการแพทย์แบบธรรมชาติ

Blood presure.png

ขมิ้นชัน เคอร์คูมิน พืชสมุนไพร 

ช่วยเรื่องความดันโลหิตสูง

ขมิ้นชัน เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือการช่วยปัญหาเรื่องความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นภัยเงียบของคนไทยและคนทั่วโลก ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า เพราะอะไรกัน

 

ความดันโลหิต คืออะไร

ปัญหา ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension หรือ High blood pressure) คือหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เกิดกับผู้คนจำนวนมากทั่วโลก ที่น่ากลัวคือหลายครั้งอาจจะไม่ได้แสดงออกมาทางร่างกายให้เห็นชัดเจน

โดยลักษณะของอาการนั้น สามารถวัดได้จากตัวเลขความดัน ซึ่งเมื่อตรวจแล้วพบว่าตัวเลขช่วงบนมีค่ามากกว่า 130 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และความดันช่วงล่างมีค่าตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ถือว่าอยู่ในภาวะความดันโลหิตสูงแล้ว

 

แต่การมีตัวเลขความดันโลหิตสูงนั้นก็ไมได้หมายความว่าเรามีอาการดังกล่าว เพราะสาเหตุของความดันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย อาทิ

  • พิ่งผ่านการออกกำลังกายหนัก

  • พักผ่อนน้อย นอนดึก นอนไม่พอ

  • มีความเครียดสูง

  • ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เป็นประจำ

  • ทานอาหารที่มีไขมันและคลอเรสเตอรอลสูง

  • เป็นปัญหามาจากอาการหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดหัวใจ
     

ดังนั้นถ้าได้นั่งพัก หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ก็อาจจะทำให้ภาวะความดันกลับมาอยู่ในสภาวะปกติได้

แต่ถ้าไม่ได้มีลักษณะพฤติกรรมดังกล่าว แล้วยังมักตรวจผลออกมาพบว่าความดันโลหิตสูงเป็นประจำ หรือมีอาการต่างๆ เช่น หน้ามืด เวียนหัว คล้ายเป็นลม ปวดศีรษะ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์

เคอร์คูมิน ช่วยควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง

ขมิ้นชัน หรือ เคอร์คูมิน ยังมีฤทธิ์สำคัญอย่างหนึ่งคือการช่วยควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง และยังสามารถ ช่วยลดไขมัน LDL หรือไขมันเลว ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายต่อร่างกายลง แล้วยังช่วยเพิ่มไขมัน HDL หรือไขมันดีให้มากขึ้นได้ด้วย ดังนั้นจึงเท่ากับว่าสามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจไปในตัวได้ด้วย

ที่สำคัญคือ ขมิ้นชันยังอุดมไปด้วยสารเคอร์คิวมิน ที่สามารถล้างเมือกไขมันและพิษต่างๆ ในตับและสารพิษในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงความดันเช่นกัน

bottom of page